วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2555

จากนิวเดลลี สู่ ไจเปอร์





การเดินทางกลางวันยังร้อนไม่พอ เพื่อให้รู้ชัดกันไป คณะเราออกเดินทางเที่ยงวัน ด้วยรถแวนคันเล็ก ซึ่งจะเป็นแบรนด์ใดไปไม่ได้  ออกจากสนามบิน ถนนสวยๆ รุปปั้นสวยๆ ดอกไม้สวยๆ  ตามธรรมเนียมของสนามทั่วโลก  ไปสู่ถนนใหญ่  ตึกใหญ่  นี่เป็นส่วนหนึ่งของเมืองหลวง  แล้วเรา ก็สู่ถนนเชื่อมต่อระหว่างเมือง  ไปสู่ถนนเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง กำลังสร้างเพิ่มเติมบ้าง  นั่งชมวิวทิวทัศน์ เมื่อเข้าเขตชุมชนรถจะแออัดคับคั่งเป้นที่ยิ่ง  นั่งดูการคมนาคมตรงหน้า แล้วสรุปเองว่า คนอินเดียนี่เสมอภาคกันดี  ทุกคนที่เสียภาษีก็ได้ใช้ถนนร่วมกัน  การจราจรบนถนนจึงมีทั้งรถเก๋ง  รถตู้ รถบรรทุก  รถตุ๊กๆ รถสองแถว มอเตอร์ไซด์ม้า ลา อูฐ
นอกจาก ทาทา อะไรๆในอินเดียก็พะยี่ห้อทาทาทั้งนั้น  นี่หมายถึงเครื่องใช้ ไฟ ฟ้า  และเครื่องจักรยนต์นะ  รถส่วนใหญ่ที่แออัดอยู่บนถนนเป็นยี่ห้อทาทาเป็นส่วนใหญ่  มีฮอนด้า โตโยต้า และฮุนไดแบ่งตลาดไปเล็กน้อย  เป็นรถเล็กสำหรับใช้ในเมืองเป็นส่วนใหญ่  เพราะนอกจากนั้นแล้วก็ พี่รถบรรทุกครองถนน ทั้ง6 ล้อ 8 ล้อ 10 ล้อ  รถเทรลเลอร์ที่ยาวกว่า 5 เมตร นี่คะเนเอาจากสายตา นับไม่ทันว่ามีมากกว่า 10 ล้อหรือเปล่า ถัดจากรถบรรทุก  เป็นรถอื่นๆ ไม่สังกัดแบรนด์ อาทิ รถออโต้ริกชอว์ ( ทำนองเดียวกับตุ๊กตุ๊กบ้านเรา) รถสามล้อ รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน รถม้า  เกวียนเทียมลา ( เกวียนที่ลากด้วยลา )  เกวียนเทียมอูฐ ( เกวียนที่ลากด้วยอูฐ ) บทท้องถนนในชุมชนก็จะมีคนเดินตามไหล่ทาง ขอบทาง มิเกรงรถกันเลย  นั่งรถไปก็คอยเหยียบเบรกแทนพลขับ ยังนึกเลยว่า ถ้านั่งรถคันนี้คันเดียวตลอดทริปนี้  พื้นรถคงเป็นหลุมแน่ แน่
รถทุกชนิด พี่ท่านสามารถวิ่งดาหน้าบนท้องถนนได้อย่างพร้อมเพรียงกันทุกเลน  เอ่อ  มีเลนให้วิ่งด้วยรึ ในอินเดียเนี่ย  นี่คำถามที่ทบทวนในใจ  ก็เห็นอยู่บ้างนะ แต่น้อย  ส่วนใหญ่ไม่มีรอยขีดขาวๆ ที่เรียกว่า เลน หรอกนะ เขาก็ขับกันไปแซงกันไป ปาดกันไป  แต่ไม่มีใครตะโกนด่า หรือ ยกนิ้วกลาง (ชื่นชม?) ให้กันหรอก  เขาก็แบ่งๆกันไป ถ้อยทีถ้อยอาศัย น่าเอ็นดู๊  เดินทางในอินเดียทีไร คิดถึงน้องชาย ( ที่ไม่เคยไปด้วย ) ทุกครั้ง  เพราะน้องเป็นจอมยุทธคนหนึ่งเหมือนกัน  ขับรถได้รับคำสรรเสริญจากผู้ร่วมเดินทาง( ที่ไม่เคยคุ้น) เสมอๆ   อึ่ม ถ้าแกแน่จริง มาขับรถที่นี่เล้ย 
ระหว่างทางจากนิวเดลลีไปไจเปอร์ เหล่าเราก็นั่งชมทิวทัศน์ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นทุ่งนา และทุ่งโล่ง  มีบ้านเรือนคนเป็นระยะๆ  อาคารที่นี่ก่อสร้างง่ายๆเป็นทรงกล่องๆ หน้าต่างไม่กว้างนัก  ผนังเป็นอิฐเปลือยเยอะอยู่  จึงได้เห็นว่าบ้านเหล่านี้มักใช้อิฐก้อน สีส้มแดงเหมือนที่เราเคยใช้  แน่นหนามาก ดูทนทาน ถ้าผ่านตลาด ก็จะมีคนคึกคัก รถขายผลไม้จะเห็นมากกว่าอย่างอื่น เท่าที่เห็นก็ กล้วยหอม ส้ม มะพร้าว เป็นส่วนใหญ่  ตามสี่แยก พ่อค้าเอามะพร้าวหั่นเนื้อเป็นชิ้นๆ มาเร่ขายด้วย ถ้าเป็นมะพร้าวอ่อน ก็คงมะพร้าวอ่อนแบบแข็งล่ะ  เพราะดูหนาๆแข็งๆ คล้ายมะพร้าวที่เราเอาเข้าเครื่องกดพรืดออกมาเป็นมะพร้างสำหรับคั้นกะทิน่ะ  นึกเสียดายตะหงิดๆ ที่ตอนนั้นไม่ได้ขอไปย่า ( คนขับรถ ) ถ่ายรูปเอาไว้  คือ พูดกันไม่รู้เรื่องอ่ะนะ
ส่งภาษาใบ้กันนำหน้า ตามด้วยภาษามือ ภาษาสากลแบบภาษาอังกฤษไว้ทีหลังก็แล้วกัน ร้านขายขนมแบบ snack มีให้เห็นครือๆกับร้านผลไม้  เห็น lay แขวนเรียงเป็นตับหน้าร้าน  แบบว่าใช่เลย ร้านขนมขบเคี้ยว ไม่ได้แวะตามแผงเล็กน้อย  แต่เที่ยวกลับ จากไจเปอร์มานิวเดลลี ได้แวะที่พักรถ จึงได้พบว่า ร้านขนมขบเคี้ยวจะขายพืชจำพวกถั่วต่างๆ ขนมคุกกี้  และช๊อคโกแล็ต น่ากิน อ่อ น้ำอัดลมด้วย รวมทั้งเมาเท่นดิว กิ๊ว กิ๊ว บ้านเราไม่มีให้ดื่มแล้ว  ไปเจอทั้งที ก็ต้องจัดไป
ถ้ารักจะไปเที่ยวอินเดียแล้วรังเกียจฝุ่น หรือความรุงรัง  มองว่าอะไรๆก็สกปรก  ไม่สวยงาม ก็อย่าไปให้เปลืองเงิน เปลืองหัวใจเลย  เพราะตามเส้นทางระหว่างเมือง ก็ต้องเจอสภาพชนบท รกรุงรัง แบบที่ว่าๆกันไป  นี่ก็เสน่ห์แบบพื้นเมืองนะ เพราะคนเขาก็มีน้ำใจ อาจจะมองพวกต่างชาติ แต่งตัวแปลก ทำตัวแปลกกันบ้าง  รักจะไปที่ไหน ก็ต้องเข้าใจวัฒนธรรมนั้นๆ  อินเดียก็มีเสน่ห์แบบอินเดีย  นึกจะว่าใคร มองบ้านเรา แม้ไม่รุงรังเท่าอินเดีย  บางที่ก็ไม่แพ้กันหรอกน่า  เพราะไปเที่ยวงานเทศกาลตามที่สาธารณะในบางที เลิกงาน ก็สกปรกสะใจอยู่เหมือนกันนะ




แล้วก็หลวมตัวไปอินเดียอีกแล้ว


อีกแล้ว  แปลว่า ไม่ใช่ครั้งที่หนึ่ง
กาลครั้งหนึ่งเมื่อกว่า 5 ปีที่แล้ว  ไปเที่ยวอินเดียมารอบหนึ่ง  เบิกบานใจเป็นอันมาก
 แอบรักอินเดียอยู่หลายสิ่ง  รักความเรียบง่าย  มีแค่ไหน ก็ใช้กันไปแค่นั้น  ตึกสีด่างๆ ก็ด่างไป กระจกหน้า ต่างแตกบ้าง ก็ไม่เป็นไร ยังใช้ได้  ใช้อยู่อาศัย ทำงานกันไปได้   ดีจริง ประหยัดถูกใจคนมัธยัสถ์เป็นอันมาก
รักน้ำใจจากหนุ่มแขก ที่ยื่นโทรศัพท์มือถือให้ใช้โทรตามหาลูก  รักคนขับออโต้ริกชอว์  ที่พาซอกแซ่กทางลัด  ให้เงินเกิน ก็คืน แห้ม....ไม่น่าเชื่อ   ไปไหนก็มีคนยิ้มทัก  ไม่ถูกคนมองสำรวจหัวลงเท้า แบบไปเมืองผู้ดีๆ  เช๊อะ......
ครั้งนี้ก็หลวมตัวรับปากเพื่อนแขกว่าจะไปหา  ทั้งๆที่รู้ว่า ไม่ใช่เมืองเดิม  และที่สำคัญเดินทางไปเดือนเมษา  เดือนเมษาหน้าร้อน  ป้าจินนี่จะออกจากขวดไปอินเดียแถบร้อนๆ   กรี๊สสสสสส  คุณน้องสาวก็ดีใจ จัดแจงฝากลูกชายตัวจ้อยไปเรียนซัมเมอร์ที่โรงเรียนแขก  เป้นการชิมลาง นางว่าอย่างนั้น 
รับปากทั้งเพื่อน ทั้งน้อง แล้วแอบกลุ้มใจ  ถามคุณ( กู )เกิ้ลเรื่องดินฟ้าอากาศหลายรอบ  เผื่ออุณหภูมิจะลดลงบ้าง แต่เปล่าเลย เธอยังขึ้นไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ  ก็ต้องก้มหน้าก้มตาหาตั๋วถูกๆไปอินเดีย  ลงเมืองนิวเดลฮีนะเจ้าคะ 
แอร์เอเชีย ก็ตัดช่องน้อยปล่อยผู้โดยสารชั้นประหยัดสุดๆให้ว้าเหว่เสียแล้ว  เพื่อนผู้ชำนาญการอินเดียแนะนำสายการบิน Indigo  จองทางอินเทอร์เน็ต  ป้าจินนี่อยู่ในขวดนานไปหน่อย จองทางเน็ตก็ไม่เป็น แถมยังได้ฟังประสบการณ์แย่ๆ ของคนที่จองทางเน็ตแล้วผิดพลาดมีปัญหา เลยไม่กล้า ( แบบนี้ไม่ดีนะ อย่าเอาเยี่ยงอย่าง ฟังเขามา แล้วเชื่อตาม สรุป  ป๊อดอ่ะนะ)  และพบว่าไม่ได้จองล่วงหน้า Indigo ก็ไม่ได้ถูกกว่าชาวบ้านเขาเท่าไร 
สำรวจดูอัตราค่าเงินที่ต้องจ่าย อือม์  สายการบินรักคุณเท่าฟ้า  ไม่ได้ๆ ความรักที่ราคาแพง กินไม่ได้    สายการบินสาวหมวยเพื่อนบ้าน อือม์ บริการใช้ได้ น่าสนใจ  แต่สำรวจทุนทรัพย์ และเวลาที่เหมาะสมแก่การเดินทางแล้ว    นี่เลย....อีชั้นเลือก แอร์อินเดีย คร่า  ถูกสุด ออกเช้า เที่ยงถึง    เวลากลับ ก็ยามบ่าย  ถึงเมืองไทยค่ำ  ไม่ต้องตรากตรำไปงีบที่สนามบิน  เหมือนครั้งก่อนที่เกือบตกเครื่อง เพราะหลับที่สนามบินอย่างรื่นรมย์     อย่ามาว่ากัน ใครไม่เคยไปสนามบินเมืองแขก รึจะเข้าใจ  ที่นั่นเขามีเก้าอี้นอนแบบเอนนอนสบายประหนึ่งนอนหน้าทีวีที่บ้าน แอร์ก็เย็นสบาย ขนาดนั้น  จะไม่ให้หลับ จนแอร์โฮสเตสต้องมาปลุกกระไรได้   เอาล่ะๆ สรุป  ไปแอร์อินเดียนี่แหละดีแล้ว  
รีบไปแลกเงินรูปีโดยไว   หมื่นบาท  จัดไป   อย่าใช้มากกว่านี้นะยะ อยู่ฟรี กินฟรี เที่ยวฟรี จะช้อปอะไรมากมายนักหนา    ใครเขาแลกเงินกันที่ไหน  แต่เดิมไปไหน ใช้บริการ ซุปเปอร์ริช ตรงข้ามเซ็นทรัล เวิร์ลด์   เรทดีกว่าธนาคาร หุ หุ  ประหยัดจร้าที่รัก   ช่วงหลังคุณเกิ้ลแจ้งร้านรับแลกเงินเรทดีเหมือนซุปเปอร์ริชนี่ล่ะ หลายที่  แต่ถนัดย่านสะพานควาย  เพราะไปแวะเวียนแถวนั้นบ่อย  จอดรถง่าย  แลกง่าย ไม่ได้เข้าคิว กรอกข้อมูล  แถวนี้หลายร้าน ติดๆกันเลยก็มี  เท่าที่ไปสอดส่องมา คิดว่า SC และ ลินดา ถูกสุดนะ แต่ร้านๆอื่นก็ต่างกันแค่ 0.05 อะไรทำนองนี้  ข้อมูลนี้ อาจไม่เที่ยงนัก เพราะบางวันเปิดดูอัตราของร้านหนึ่งจากอินเทอร์เน็ต และไปถามอีกร้านหนึ่งด้วยวาจา  บางทีรายการจากอินเทอร์เน็ตอาจคลาดเคลื่อนก็ได้ ( เนอะ ) เอาเป็นว่าอัตราไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญก็แล้วกัน  ยกเว้นจะแลกเงินไปเป็นล้านบาท อะเฮอะ คิดแล้วอยากทำอย่างนั้นบ้างจัง…. ในชีวิต  ช่วงที่ไปนี่ แลกได้ในราคา 10 รูปี เท่ากับ 8.15 บาทจร้า
เป็นครั้งแรกที่นั่งสายการบินแขก  แอร์อินเดีย  มีคนข่มขู่ว่าระวังกลิ่นนะ  ไม่เป็นไร  รับได้ฮ่ะ  ( ขอถูกและสะดวกมาก่อน )  เอาเข้าจริง สายการบินนี้ ก็สะดวกสบายดี  ไม่มีกลิ่นเครื่องเทศตามที่มีคนเขย่าขวัญไว้ อาหารเทศที่เสริฟมาก็อร่อย (จาก catering ของการบินไทยคร่ะ)  คุณหลานรับทานเสียเกลี้ยง  พ่อหนุ่มที่นั่งข้าง หล่อ สะอ้าน สุภาพ บอกว่าบ้านอยู่ใกล้เดลลี  แต่หนุ่มก็กรอกใบเข้าประเทศนะ  สงสัยจะใช้สัญชาติอื่น สงสัย แต่ไม่กล้าถาม  แอร์โฮสสะเตสไม่ใคร่สาว แต่ก็สวย  บริการดีตามสมควรของการนั่งเครื่องบิน ( ไม่ ใช่นั่งภัตตาคาร หรือ โรงแรมนะยะ)   อะไรๆก็ดูดี เสียหน่อย ตอนเครื่องแลนด์ ผู้โดยสารทั้งหลายรีบลุก รีบต่อแถว  เอ่อ ไม่ทราบจะรีบไปไหนนักคร้ะ   ทั่นกัปตัน ประกาศว่ายังเปิดประตูไม่ได้จ้ะ ( ที่รัก ) การจราจรภายใสนามบินยังไม่เรียบร้อย  เชิญนั่งก่อน  พ่อหนุ่มสะอ้าน ลุกแล้วลุกเลย ไม่ยอมเสียฟอร์มกลับมานั่ง  มีหนุ่มใหญ่จากด้านหลังมานั่งแทน  ยกแขนประกอบการสนทนากับเพื่อนหวืบหวับ  อีชั้นควักยาดมอุดจมูกระส่ำเลยอ่ะคร่ะ
ได้เวลาอันมงคลฤกษ์ ประตูเครื่องบินเปิด คณะเราได้เหยียบแผ่นดินอินเดียแล้ว เย้  สนามบินอินธิรา คานธี  เทอร์มินอล 3  เดินตามผู้โดยสารทั้งหลายไป  หน้าตาสนามบินก็คล้ายๆกันไปทุกประเทศ (ที่เคยไป )  เขาบอกกันมาว่า นี่คือ สนามบินใหม่  โอเคร่คร่ะ  เดินตามๆไป แวะเข้าห้องสุขาเสียหน่อย แล้วไปให้เขาตรวจ  คนว่างวายไปมาก เพราะโอ้เอ้ศาลารายเข้าห้องน้ำ  ดีเหมือนกัน ไปถึงก็รายงานกับท่านต.ม.แขกเลยทีเดียว ท่านก็ตรวจแล้วตรวจเล่า มาทำไม พักทีไหน ยูทำอะไร  อ่อ เจ้าหนู มาทำไมล่ะ อือ ชื่อนี่รึ กว่าจะผ่านก็กินเวลาร่วม 15 นาที  แล้วจึงตรงไปหาผู้มารับ  ได้เรียนรู้อย่างหนึ่งว่า สนามบินแห่งนี้ เมื่อคุณผ่านออกไปแล้ว ห้ามเข้ามานะจ๊ะ บทเรียนนี้ เจ้าหน้าที่ airtel ผู้แสนดี กรุณาให้ยืมโทรศัพท์ โทรหาคนขับรถ  ยืนรอให้คณะพร้อม พาออกไปหาคนขับรถ แล้วบอกให้รู้ว่า ยูจะเข้าๆออกๆประตูนี้มิได้ดอกหนา ออกแล้วออกเลย  ได้รู้กันไปครานั้น  ว่านี่คือ ความต่างอย่างที่หนึ่ง  ความต่างอย่างอื่นค่อยเล่าต่อไป   บัดนี้ อีชั้นได้พาคณะกลุ่มน้อยๆ มาเหยียบเมืองนิวเดลลีแล้วเจ้าข้าเอ๊ย ออกไปนอนสนามบิน ก็รู้สึกว่ากำลังเข้าห้องครัวที่อบขนมอยู่  อ่อ  ร้อนเจ้าค่ะ ร้อน อากาศร้อนที่คุณเกิ้ลบอกไว้ คะเนแล้วประมาณ 40 องศาเซลเซียส  อือม์ มิหวั่นคร่ะ  เพราะเราได้มาหาประสบการณ์ใหม่ๆ กันแล้ว  แถ่นแท้น  เหมือนเปิดหนังสือหน้าใหม่ เล่มใหม่เลย อารมณ์ประมาณนั้น  ขึ้นรถที่มารับแล้ว จึงสอดส่ายสายตาชมเมืองไปตลอดทาง  ทางไปไหน คือ เราจะออกจากเมืองนิวเดลลีไปพักที่เมืองไจเปอร์ ( Jaipur ) เมืองที่เจ้าของประเทศอ่านว่า ไจปูรรร   หนังสือประวัติของเราถ้าจะพูดเมืองนี้ในอดีต ก็จะเรียกว่า ชัยปุระ  สรุปคือ เมืองเดียวกัน เมืองที่มีชื่อด้านประวัติศาสตร์ คุณเกิ้ลอีกเหมือนกัน บอกว่า มีสมญาว่า pink city  คริ คริ ทำการบ้านก่อนมานิสสนุงส์


รู้จักกันก่อน


Jinni in the bottle   เป็นป้าแก่  แต่ใจอ่อน เอ๊ย ใจสู้
ชอบเม้าท์มอย เอ็นจอยกันไป
หัดเขียน blog ก็เพราะอยากเม้าท์นี่ล่ะ หลักใหญ่
อะฮ้า......เรื่องที่เล่านี้ มีสาระบ้าง ไม่สาระบ้าง  ตามใจผู้เขียนเป็นสำคัญ
ถ้าเป็นความคิดเห็น ก็คิดเห็นเองประการเดียว ใครมาอ่านเข้าอย่ารีบเชื่อ
คิดซะก่อน  ค่อยว่ากัน